โตขึ้นไปตามกาลเวลา ซับซ้อนมากขั้นตามกาลเวลา*

วันนี้ตอนสายๆของวัน
เราไปนั่งเล่นที่ชายน้ำ
นั่งชมธรรมชาติ(งานอดิเรกน่ะ)
ดูดอกไม้ ดูลมพัดน้ำเป็นคลื่นเข้าฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า
แล้วจู่ๆก็มีความคิดขึ้นมาว่า
การที่ลมพัดน้ำแล้วเป็คลื่นนี่ทำไมมันดูซับซ้อนจังแฮะ
แล้วความทรงจำหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว
ตอนเด็กๆเราก็เคยนั่งแบบนี้ เห็นคลื่นเข้าฝั่งแบบนี้
แล้วตอนนั้นเราก็คิดว่าเรากำลังเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่สวนกะลม
(เหมือนนั่งเรือน่ะ)
ที่จริงแล้วเราน่ะอยู่ที่เดิม
แต่ลมมันพัดเข้ามาทำให้เด็กคนหนึ่งคิดว่า
"แหม เราก็เคลื่อนที่ไปข้างหน้ามาตั้งนานแล้วนะ ทำไมไม่ถึงอีกฝั่งซักที"
คิดแล้วก็อดยิ้มไม่ได้
แล้วเราก็นั่งเหม่อไปเรื่อยเปื่อยต่อไปอีก
แล้วความทรงจำอีกอันก็โผล่เข้ามา
ตอนนั้นเรากะลังใส่รองเท้าคู่โปรด
แต่แล้วเราก็รู้สึกไม่สบายเท้า ใส่เท้าเข้าไปไม่พอดีเลย
เราพยายามใส่อยู่พักใหญ่แต่ก็ใส่ไม่ได้
ในที่สุดเราก็ยอมแพ้เพราะได้ข้อสรุปว่า
"อ๋อ รองเท้าคู่นี้ไม่ได้ใส่มานาน มันงอน มันเลยหดเล็กลงน่ะเอง"
คิดแล้วเราก็ส่ายหัว หันไปดูกังหันลมที่พัดเอื่อยๆ
แล้วก็นึกถึงตอนเราโตขึ้นมาจากสองเหตุการณ์ที่ผ่านมาข้างบนอีกหน่อย
เรานั่งดูทีวีอยู่ในบ้าน แม่เปิดช่องสารคดี
ตอนนั้นมันพูดถึงแมลงวันว่า
"แมลงวันมีตาขนาดใหญ่และจะเห็นภาพต่างๆเป็นแบบสโลว์โมชั่น"
หมายความว่าถ้าเราเอาที่ตีแมลงวันโบกใส่มันเร็วๆมันก็จะบินหนีไปได้ก่อนเราตีมันทุกที
หลังจากที่ได้ยินทีวี เราก็ปิ๊งบางอย่างขึ้นมาทันที
"แล้วถ้าเราเอาไม้ตีแมลงวันเข้าไปหามันช้าๆล่ะ? มันต้องเห็นเราไม่ขยับแน่ๆเลย"
ว่าแล้วเราก็จัดแจงพร้อมสรรพ วิ่งออกไปหาเหยื่อทันที
เมื่อเจอแล้วเราก็ทำการทดลองทฤษฏีที่เพิ่งคิดได้
และ…..ได้ผล!!
เราจึงเพลิดเพลินกับการทดลองทฤษฏีตลอดบ่ายวันนั้น
แล้วจึงค่อยมาไว้อาลับให้กะแมลงวันที่อุทิศชีวิต(ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่)ภายหลัง
คิดแล้วก็ขำอีก
จากจุดนี้ ทำให้เราเห็นอะไรหลายๆอย่าง
ตอนเด็กทุกอย่างดูน่าค้นหาน่าตื่นเต้นไปซะหมด
แต่ตอนนี้สิ่งที่เคยตื่นเต้นมันกลับดูธรรมดา
แล้วอะไรมันทำให้เราเปลี่ยนไป?
ธรรมชาติของมนุษย์หรือเปล่า?
ทุกครั้งที่เราดูรูปสมัยเด็กๆเรามีความรู้สึกประหลาด
เราก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน…คงเป็นเพราะเราหวงแหนความเยาว์วัย
เราอยากจะย้อนเวลากลับไปสัมยเราเด็กอีก
เพราะว่า…ทุกช่วงเวลาชีวิตที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความทรงจำ
ทุกปีเมื่อถึงวันที่ 5 กรกฏาคม เราก็จะรู้สึกว่าตายจริงเรามีปีที่เราอายุเท่านี้เท่านั้นแค่หนเดียว
ซึ่งมันก็ถูกต้องแล้ว…เรามีวันนี้แค่วันเดียวอีกตะหาก
เมื่อวานของเราก็มีวันเดียว วินาทีนี้ก็มีแค่ครั้งเดียวในชีวิต
ชีวิตนี้ก็มีแค่ครั้งเดียว
คิดแล้วมันน่าตกใจ
เราเคยถามแม่ว่า "ทำไมแม่ถึงเป็นแม่เรา"
แม่ก็บอกว่า "สงสัยมีกรรมต่อกันมาก่อนมั้งลูก"
จะอะไรก็ช่างเถอะ
เราชอบคิดว่า เรามองเห็นทุกสิ่งจากมุมของเรา
แล้วคนอื่นล่ะ? คนอื่นจะเห็นแบบไหนกัน?
เค้ากลับบ้านไปจะเห็นอะไรระหว่างทางบ้าง
หรือว่าตอนเค้าคุยกะเราเค้าเห็นอะไรบ้าง
เราจำความสงสัยวัยเด็กได้ ตอนที่เราเห็นผู้ใหญ่ที่คุยกันถูกคอและปฎิบัติต่อกันอย่างสุภาพ
เราก็คิดแค่ว่า ทำไมไม่มาอยู่บ้านเดียวกันซะเลยล่ะ
แต่ตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่าทำไมเค้าถึงไม่มาอยู่บ้านเดียวกัน
เพราะแต่ละคนมี"พันธะ"
พันธะที่ยิ่งโตขึ้นก็ยิ่งมีมากขึ้น ยิ่งนานวันก็ยิ่งหนาแน่นขึ้น
เราเคยได้ยินประโยคที่ว่า"ทุกคนล้วนเชื่อมต่อกันอยู่"
การกระทำของคนๆหนึ่งสงผลต่อทุกคนที่เหลือ
และเราก็เชื่อแบบนั้น
 
*แต่ทำไมคนเราถึงซับซ้อนขึ้นทุกวันๆ มีช่องว่างระหว่างกันมากขึ้นๆ
 
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

4 Responses to โตขึ้นไปตามกาลเวลา ซับซ้อนมากขั้นตามกาลเวลา*

  1. Kritsana says:

    แม่เจ้า ปรัชญาชีวิตอะไรขนาดนั้นเนี่ย อ่านยากกว่าข้อสอบพี่อีกนะ ฉุดฉวย

  2. piphat says:

    อืมๆๆๆๆ บ้านแกน้ำท่วมป่ะ….
    รร จะเปิดแร้วๆๆๆ ขี้เกียจไป รร อ่า
    แล้วแกอยู่บ้านทำไรบ้างเนี่ย
    เขาอะ เบื่อๆๆ จะตายอยู่แล้ว
    เซ็งๆๆๆ
     
    bye bye
     

  3. President says:

    แพรวขา ช่างเจ้าปรัชญาจริงๆ
    พูดอีกก็ถูกอีก พอนึกถึงอะไรที่เราเคยทำ เคยเป็นตอนเด็กๆ มันก็อดยิ้มไม่ได้
    ร่าเริงไว้ให้เหมือนเด็ก แต่คงความรอบคอบไว้เยี่ยงผู้ใหญ่นะ
     

  4. @~Plyya~@ says:

    เจ๋งดี มาเม้นให้นะน้องชาย อ่ะผิดต้อง น้องสาว (ล้อเล่นนา แต่น้องเท่จิงๆนะ)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s